15 วันในอิตาลี่ (12) Venezia-San Marco

posted on 08 Feb 2015 21:45 by i-am-beauty-full in Europe directory Travel
 
จากบูราโน่เรากลับมาที่ท่าเรือ Fondamente Nove ที่เดิมค่ะ  หิวนิดหน่อย กะหาอาหาร(ไม่แพง) ระหว่างทางไปจตุรัสซานมาร์โค  Piazza San Marco (St. Mark's Square)   เราสามารถนั่งเรือไปที่ San Marco ได้เลย ค่าเรือก็ไม่ต้องเสียเพิ่มด้วย แต่เราคิดว่าการเดิน ทำให้เราเห็นได้ละเอียดกว่านะ และที่สำคัญเมืองนี้ก็น่าเดินสุดๆด้วยล่ะค่ะ   
 
 
แผนที่วางไว้ช่วงบ่ายนี้คือ เดินจาก F.te Nove ไป  Scuola Grande di San Marco (1) เพื่อไปดูอนุสาวรีย์นายพลคนเก่งของเวนิส   เดินต่อไป Piazza San Marco (2) จตุรัสแห่งเดียวในเวนิส  เสร็จแล้วแวะโบสถ์ Santa Maria del Giglio (เค้าว่า Facade ของโบสถ์นี้สวยงามมาก)  ซึ่งเป็นทางผ่านไป Ponte dell Academia (3) สะพานไม้แห่งเดียวที่ข้าม Grand Canal  เสร็จแล้วนั่งเรือไป Ponte di Rialto (4) สะพานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเวนิส  แล้วอาจเดิน หรือนั่งเรือกลับที่พัก (5)    ซึ่งระหว่างทางที่ว่าไว้นี้ ตรงไหนน่าลงเรือกอนโดล่าก็ลงค่ะ
 
 
เมื่อเปิดแผนที่ในแท็บเล็ต  จับทิศทางได้แล้ว  (สองมือล้วงกระเป๋า)  สองเท้าก้าวตามมาเลยค่า
 
เราเดินเลียบคลองข้างกำแพงโรงพยาบาลมาเรื่อยๆก็ถึงลานหน้าโบสถ์ Santi Giovanni e Paolo  และยังเป็นที่ตั้งของ Scuola Grande di San Marco  ที่ลานมีอนุสาวรีย์ทหารคนสำคัญของเวนิสอยู่ในท่าขี่ม้าด้วยค่ะ
 
 
 
อนุสาวรีย์บาร์โตโลเมโอ โคลเลโอนี่  (Bartolomeo Colleoni)

ท่านนายพลโคลเลโอนี่ ไม่ใช่ชาวเวนิสนะคะ ท่านเป็นผู้นำทหารรับจ้างชาวเบอร์กาโม่ (เมืองในการปกครองของมิลาน)  มาเป็นผู้นำในการรบของกองทัพเวนิส ช่วงประมาณ 500-600 ปีที่แล้ว   เป็นที่รู้กันว่า ชาวเวนิสนั้นถนัดการค้าขาย และจะไม่ยอมเสียชีวิตในศึกสงคราม  พวกเขาจะจ้างคนอื่นให้รบแทน   นายพลโคลเลโอนี่เป็นผู้นำทัพที่นำชัยชนะมาให้เวนิสตลอด และแน่นอนว่าท่านได้รับทรัพย์สินตอบแทนมากมาย   แต่ท่านไม่มีครอบครัว   จึงได้ทำข้อตกลงกับเจ้าเมืองว่า  ถ้าท่านเสียชีวิตในสงคราม ท่านจะยกทรัพย์สมบัติที่ได้มาทั้งหมดให้เวนิส  แต่มีข้อแม้คือเวนิสต้องสร้างอนุสาวรีย์ของท่านตั้งไว้ที่จตุรัสซานมาร์โค     ซึ่งเจ้าเมืองก็รับปาก ต่อมาเมื่อท่านนายพลเสียชีวิตในสงครามตุรกี    เจ้าเมืองก็คิดหนักเพราะไม่อยากให้มีอนุสาวรีย์ของชาวเมืองอื่นมาตั้งอยู่ในจตุรัสซานมาร์โคที่เป็นแลนด์มาร์คของเวนิส   อนุสาวรีย์ก็เลยถูกนำมาตั้งอยู่ที่ลานใกล้ Scuola Grande di San Marco  และเจ้าเมืองก็คงคิดว่าไม่เสียคำพูด เพราะตรงจุดที่ตั้งนั้นก็ถือว่ามีคำว่า San Marco เหมือนกัน  แต่ระยะทางห่างกันเป็นกิโลเลยจ้า 

ตอนที่อ่านข้อมูลนี้ครั้งแรก อยากมาดูให้เห็นกับตามากๆค่ะ ด้วย 2  เหตุผลคือ  อย่างแรกสงสารท่านนายพลเสียจริง โดนซะแล้ว แต่เราก็มาหานะ อยากชื่นชมว่าเก่งจริงๆเลย  และอยากรู้ว่าที่ตั้งเนี่ยจะเด่นเป็นสง่าน่ายกย่อง ใครมาต้องเห็นอย่างที่ท่านหวังไว้รึเปล่า
มันเป็นลานหน้าโบสถ์ ถึงแม้ว่าอาคารรอบๆจะมีความสำคัญ แต่ก็คิดว่าไม่ใช่ทุกคนทีมาเวนิสเค้าจะอยากมาตรงนี้อะ ถ้าไม่ได้มาลงเรือแถวนี้ไปเกาะบูราโน่ อิชั้นก็คงไม่ได้่มาเจอนะคะ และที่สำคัญ อนุสาวรีย์มีเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ไม่รู้ใครเป็นใครบ้าง ลานยิบลานย่อยก็เพียบ 
 
 
 
เดินต่อกันดีกว่าค่ะ บรรยากาศระหว่างทางสวยงาม แอบแทรกความน่ารักกุ๊กกิ๊กของป้ายหน้าร้าน มีดอกไม้กระถางตกแต่งอยู่ข้างหน้าต่าง มันช่างเข้ากั๊นเข้ากันกับอาคารโบราณ ผนังปูนฉาบที่หลุดร่อนโชว์แนวอิฐก่อได้ดีจริงๆเชียวค่ะ ถ้าสังเกตผนังอาคารส่วนใหญ่ จะมีเหล็กแบนๆติดอยู่ มีสกรูขันไว้ด้วย นั่นคือการยึดผนังอาคารไม่ให้พังนะคะ เพราะเวนิสตั้งอยู่บนน้ำ บนตอม่อไม้ซุงที่ตอกอยู่ในดินเลน  ประกอบกับเป็นเมืองที่สร้างมานานแล้ว ย่อมมีการทรุด เสียหายบ้าง ถ้าไม่ซ่อมแซมอาจจะพังได้ และเท่าที่เคยอ่านผ่านตามาเค้าห้ามสร้างอาคารใหม่ ห้ามเปลี่ยนแปลงภายนอกอาคารด้วยค่ะ เพื่อคงเอกลักษณ์ของเมือง  ก็เลยต้องรักษาของที่มีไว้อย่างดีที่สุด
 
 
ใครที่เคยดูหนังคาสโนว่า ปี 2005 (ฮีท เลดเจอร์ เป็นพระเอก) ที่เล่าเรื่องราวย้อนไปในสมัยที่ดอจยังปกครองเวนิส  คงจะคุ้นตาว่าเหมือนเคยเห็นมุมโน้น มุมนี้ในหนังแบบเราแน่ ๆ ค่ะ  ขนาดโพสรูปให้เพื่อนดู  เพื่อนยังบอกว่า มุมนี้เลย จำได้ในหนัง  แต่เรางงว่าอยู่ซีนไหนหว่า เอาเป็นว่าถ้าอยากย้อนอดีตอันรุ่งเรืองของเวนิสแนะนำให้หามาดูค่ะ  &n