เปิดตัวด้วยกราฟิตี้ อิตาลี่พันธุ์แท้  มาเมืองแถบนี้นึกว่าจะไม่เห็นซะแล้ว จะว่าไปแทบจะไม่เห็นเลยล่ะค่ะ  ต่างจากที่อื่นๆที่มีสีพ่นกำแพงเต็มไปหมด ยิ่งเมืองใหญ่ๆ ประตูร้านค้า ผนัง กำแพง ป้ายรถเมล์ พี่เค้าพ่นทั่ว เจ้าของบ้านเค้าคงลบจนขี้เกียจลบกันแล้วมั้งคะ   ตรงนี้เป็นผนังของอาคารอะไรซักอย่างระหว่างทาง เหมือนจะเก็บกดนะ  ไม่ได้พ่นที่อื่นเอามาใส่ที่นี่ที่เดียว
 
กลับมาจากวิลล่าบาลเบียเนลโล เรายังอยู่กันที่เมืองเลนโน มีเวลาเดินเที่ยวเล่นอีก 1 ชม.ก่อนที่เรือเที่ยวสุดท้ายที่กลับไปเบลลาจิโอจะมาตอน 19.10 น. เราแวะร้านไอติมเจลาโตโฮมเมดที่เล็งกันไว้ตั้งแต่ขาไป กินไอติมตอนอากาศหนาวๆนี่ก็ดีนะคะ เพราะมันละลายช้ามาก  ได้ไอติมโคนธรรมดาๆ ไซส์ m มาในราคา 2.5 ยูโร
 
หมดภารกิจเจลาโตก็ได้เวลาเดินสำรวจความสวยงามของเมืองแล้ว ก่อนแสงจะหมด เดี๋ยวไม่ได้ถ่ายรูปสวยๆกัน
 
 
เริ่มค่ำใกล้เวลา เราก็กลับมาเดินเล่นนั่งเล่นรอแถวๆท่าเรือค่ะ แถวท่าเรือเงียบถึงเงียบมาก แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอยู่ที่ท่าเรือซักคน จะว่าไปทั้งเมืองตอนนี้นี่แหละค่ะ เงียบเชียบกันเชียว ระหว่างรออากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ
 
ใกล้เวลาก็มีเจ้าหน้าที่มาค่ะ เราซื้อตั๋วเรือขากลับอีกคนละ 7 ยูโร รอบค่ำนี้มีเรือเข้าแค่ 2 เที่ยว และเรือที่ไปเบลลาจิโอมีแค่พวกเรา 4 คน อากาศหนาวมาก แต่ไฟตามเมืองต่างๆรอบทะเลสาบก็ระยิบระยับสวยเหลือเกิน พวกเราเลยพากันนั่งโต้ลมเย็นยะเยือกอยู่ด้านนอก  ..... หนาวมากมาย แต่ได้บรรยากาศสุดๆ
 
ป๊อกถามว่าเราอยู่ที่นี่ 3 คืนเหรอ ....ป่าวจ้ะ คืนเดียว ...... ว้า..แย่จัง (ทำหน้าผิดหวัง) นึกว่าจะอยู่นานๆ คราวหน้าเรากลับมากันอีกเนาะ 
 
กลับถึงเบลลาจิโอด้วยความหิว เดินผ่านร้านอาหารก็อยากจะพุ่งเข้าใส่ แต่เรามีอาหารที่อุตส่าห์หอบหิ้วกันมาจากมิลานแล้วนี่คะ ซื้อไว้ตั้งแต่เย็นวาน เกรงว่าจะเป็นอย่างอื่นไปซะก่อน ไหนๆก็มีครัว และโต๊ะอาหารสุดหรูแล้ว เราเลยจัดการทำอาหารที่คู่ควรกับบรรยากาศ นั่นคือ พาสต้าต้มยำใส่แฮมและผัดสลัดค่ะ  เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน มันคือ มาม่าต้มยำที่เอามาจากไทย ใส่กับแฮมชิ้นโตราคาแสนถูกของที่นี่ เพิ่มไฟเบอร์ด้วยผักสลัดที่เหลือจากเมื่อวาน มีสับปะรดที่รสชาติเหมือนน้ำสับปะรดกล่องเป๊ะๆ อีก 1 ลูก ............ อร่อยมากเลยน้า.. ขอบอกกกก 
 

 
อิ่มแล้วก็แยกย้ายกันเข้าห้อง พักผ่อน ชาร์จแบตกล้อง แบตมือถือ เล่นอินเตอร์เนต อ้อลืมบอกที่นี่มี WiFi ฟรี ไฮสปีด เร็วปรูดปร๊าด หอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คไปก็เพิ่งได้เล่นเนตวันนี้นี่แหละค่ะ  .......... หมดไป 1 วัน  สนุก ตื่นเต้น และประทับใจ ...... ขออนุญาตหลับก่อนค่ะ ............ คร่อก ..... z ZZ.... z  zz ... Zz...
 
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
 
 
 
25 ต.ค. 56
 
 
อรุณสวัสดิ์ เช้าวันใหม่ที่เมืองเบลลาจิโอ เลคโคโม  เราตื่นมาชมวิวสวยๆจากริมหน้าต่างแบบนี้ ป๊อกออกไปเดินเล่นชมเมืองแล้ว แต่เรา 3 คนยังปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกันอยู่ เสร็จแล้วก็ชวนกันลงไปไปหากาแฟจิบยามเช้าค่ะ
 
เล็งร้านหนึ่งไว้ เป็นระเบียงยื่นลงไปในน้ำ ไปถึงเค้ายังจัดโต๊ะยังไม่เสร็จเลย เราก็พากันเข้าไปนั่งจุ้มปุ๊ก สั่งกาแฟซะแล้วล่ะ
 
 
 
 
นั่งจิบกาแฟร้อนๆ ริมทะเลสาบ ท้องฟ้าสดใส ลมหนาวๆ พัดเอื่อย ๆ มีนกบินโชว์ผาดโผน เรือเล็ก เรือใหญ่ แล่นไปมา  บรรยากาศรอบตัวแบบนี้ยิ่งทำให้คาปูชิโน่แก้วนี้อร่อยมากขึ้นไปอีก 
ดูสิคะ อยากนั่งกันจนเค้าปูผ้าปูโต๊ะให้ไม่ทัน กาแฟที่นี่แก้วละ 2.5 หรือ 3 ยูโรนี่แหละค่ะ ไม่แน่ใจ ... เสร็จแล้วเรายังพอมีเวลาเดินเล่นชมเมืองเบลลาจิโอ ก่อนที่คนดูแลอพาร์ทเมนท์จะมาจัดการเช็คเอาท์ให้ตามเวลานัด
 
 เมืองนี้อยู่บนเนินเขา เราก็เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ สองข้างทางมีร้านอาหาร ร้านไวน์ ร้านเสื้อผ้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านเล็กๆ ตกแต่งน่ารัก แต่ละบ้านมีดอกไม้ประดับประดาตามประตู หน้าต่าง สร้างบรรยากาศสดฃื่นดีค่ะ แต่เรามาเช้าเกิน ร้านรวงพวกนี้ยังไม่เปิดเลย
 
 
เดินขึ้นบันไดจนสุดทาง จะชนกับถนนที่รถวิ่งค่ะ ใกล้เวลาเช็คเอาท์แล้วก็เลยเดินกลับลงมาทางเดิม ...
ซุ้มประตูหินโค้งๆนี่คือทางเข้าที่พักของเรานะคะ  พอเก็บกระเป๋าเสร็จ เราก็ขับรถไปดูวิวตรงแถวศาลาว่าการเมือง ตามคำชวนของป๊อกที่แอบไปสำรวจไว้แล้วตั้งแต่เมื่อเช้า

 
นี่คือภาพที่เห็นตรงหน้าค่ะ สวยงามมากจริงๆ เราจอดรถถ่ายรูปกัน เก็บภาพของเบลลาจิโอก่อนจะลาจาก
 

 
บ๊ายบาย เบลลาจิโอ ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก Cool
 
 
วันนี้เราจะเดินทางต่อไปเวโรน่า ไปเยี่ยมบ้านจูเลียตยอดรักของโรมิโอค่ะ  
 
ตามเราไปต่อได้ที่เอนทรี่หน้า  15 วันในอิตาลี่ (7) Verona ตามหาโรมิโอ จูเลียต   นะคะ

Comment

Comment:

Tweet

ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

#2 By (113.53.207.250|113.53.207.250) on 2015-03-27 11:24

สวยฟินเลยจ้า

#1 By บีบอย (113.53.211.171|113.53.211.171) on 2014-04-17 17:58