เราลงเรือข้ามทะเลสาบจากเบลลาจิโอ ไปเลนโน ค่าเรือคนละ 7 ยูโร วิวเมืองต่างๆมองจากบนเรือช่างสวยเหลือเกิน  เรือค่อนข้างใหญ่แต่ช่วงนี้โลวซีซั่นมีคนโดยสารในเรือประมาณ 40 -50 คนนี่แหละค่ะ  
 
จากแผนที่ด้านล่าง เรานั่งเรือมาที่เลนโน ตามเส้นทางสีแดง เดินต่อไปที่ท่าเรือแท็กซี่ของวิลล่า ตามเส้นทางสีน้ำเงิน แล้วลงเรือตามเส้นทางสีเหลืองไปวิลล่า
 
 
 
 
ขึ้นจากเรือมา ช่างภาพส่วนตัว (สามี) ก็เริ่มทำงานกันทันที  Embarassed  ช่างรู้การรู้งานดีมากค่ะ
ระหว่างทางเดินไปท่าเรือแท็กซี่ เราก็เก็บภาพความสวยงามกันไปเรื่อย
 
 
จะว่าไปก็อิจฉาคนบ้านอยู่แถวนี้นะคะ วิวก็ดี อากาศก็บริสุทธิ์ มลพิษน้อยมากๆๆๆ ทั้งบ้านเรือน ทั้งน้ำ ทั้งภูเขา สวยไปซะทุกสิ่ง ผู้คนก็อารมณ์ดี อัธยาศัยดีด้วยล่ะค่ะ  แถวๆนี้ใกล้พรมแดนติดกับสวิตเซอร์แลนด์ด้วยนะ บรรยากาศก็เลยคล้ายๆกัน (เค้าว่างั้น เพราะยังไม่เคยไปสวิตค่ะ)
 
 
เดินใกล้ถึงท่าเรือแล้ว เรือจะวิ่งอ้อมแหลมตรงนี้ไปก็ถึงวิลล่าค่ะ ตื่นเต้นจังเลย
 
 
เจอป้ายแล้ว ไม่ผิดที่แน่นอน เช็คเวลาก่อน เพราะมีคนบอกมาว่าอาจจะไม่ทัน เพราะตอนนี้บ่าย 4 โมงครึ่งแล้วค่ะ
เวลาเปิด ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. - กลางเดือน พ.ย.  10.00-18.00 น. เข้าดูสวนได้ช้าสุด 17.15 น. เข้าวิลล่าได้ช้าสุด  16.30    ตอนนี้ เราเข้าดูวิลล่าไม่ทันแล้วแน่ๆ  ค่าบัตรเข้าชมสวนอย่างเดียว ผู้ใหญ่ 7 ยูโร เด็ก(4-14 ปี) 3 ยูโร  เข้าชมในอาคารด้วย (1 ชม.) ผู้ใหญ่ 13 ยูโร เด็ก 7 ยูโร
 
 
 
เกือบ 5 โมงเย็น เราได้ลงเรือเที่ยวสุดท้ายเที่ยว 17.10 ก็เฝ้ารออยู่ที่ท่าเรือนี่แหละค่ะ  รอแล้วรอเล่า ถ่ายรูปไปเรื่อย
 
 
ถึงเวลาที่เรือต้องออกแล้ว เงียบ ไม่เห็นมีใครที่ดูเหมือนมนุษย์ผู้ขับเรือมาซักคน ไหนว่าคนที่นี่เค้าตรงเวลายะ..... รออีก 5 นาที  ก็ยังเงียบ  คุณส้มผู้หน้าเหมือนฝรั่งและพูดจากับฝรั่งรู้เรื่องที่สุดเลยโทรไปเบอร์ที่ติดไว้ตรงป้าย ปลายสายถามว่า รออยู่ตรงไหนกัน ... แหม ก็ตรงท่าเรือที่พี่ขึ้นป้ายไว้ไงคะ  เค้าถามมาอีกว่า แล้วนาฬิกาตรงนั้นกี่โมงแล้ว .... อ้าว เพิ่งรู้ว่า นาฬิกามันไม่เดิน 16.20 เหมือนเดิมเด๊ะ ....... เค้าเลยบอกมาว่า อีก 5 นาทีคนเรือจะไปรับค่ะ
 
นั่นแสดงว่าเรามีเวลาเหลือที่จะเที่ยววิลล่าน้อยลงไปอีก  คุณป๊อกเพื่อนผู้มีพลังเหลือเฟือเลยบอกว่า เราไม่รอเรือนะ เดี๋ยวเราเดินไป   ห้ะ... ไปยังไง เดินขึ้นเขานี่ไปไงเค้าบอกว่า 20 นาทีถึง ถ้าเราวิ่ง อาจจะ 10 นาทีก็ได้ ประหยัดเงินตั้ง 7 ยูโรเด๊ะ ไปกับเราป่าว ไม่มีใครตอบรับคำชวน แม้แต่คุณส้มผู้เป็นภรรยา   โถ พ่อคุณ.... 
 
เดชะบุญที่คนขับเรือมาถึงพอดี ป๊อกเลยเปลี่ยนใจมาลงเรือด้วย เรือน้อยต้อยติ่งพาเราซิ่งอ้อมแหลมมานิดเดียว ประมาณ 3-5 นาทีก็ถึงแล้วล่ะค่ะ  เรามีเวลาที่นี่แค่ครึ่งชั่วโมง เพราะคนเรือบอกจะมารับ 6 โมงเย็นเจ้าหน้าที่ก็ออกมาจอกออฟฟิศโบกมือหยอยๆ เรียกเราขึ้นไปซื้อตั๋วก่อน คุณส้มเข้าไปซื้อตั๋วกลับมาบอกว่า ที่ท่าเรือตอนเรารอเรือเมื่อกี๊เมื่อกี๊มีกล้องวงจรปิดด้วย ถ่ายเห็นหน้าพวกเราทุกคน คมชัดระดับ HD เลย
 
 
ขอบอกว่าที่นี่สวยมากกกกกกกกกก มากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ อ้ะ มีหลักฐาน นี่แค่แถวๆทางเข้านะเนี่ย
 
 
 
 
 
ภาพมุมสูงจาก loveisspeed.blogspot.com
 
 
 
Villa Del Balbianello
วิลล่า เดล บาลเบียเลนโน
 
สร้างปี 1787  เมื่อเกือบ 230 ปี มาแล้ว เพื่อเป็นที่พักของพระคาร์ดินัล แอนเจโล มาเรีย ดูรินี ยอดแหลมๆในรูปนั่นคือหอระฆังนะคะ  หลังจากท่านเสียชีวิต  จูเซปเป้ อาร์คอนนาติ วิสคอนติ (วิสคอนติ คือตระกูลที่เคยเป็นเจ้าเมืองมิลานมาก่อน) ได้ซื้อวิลล่าหลังนี้ และมีการปรับปรุงสวนและระเบียง  ต่อมามีการเปลี่ยนเจ้าของอีกหลายคน จนกระทั่งอยู่ในการครอบครองของ Guido Monzino นักเดินทางและนักผจญภัย  ที่นี่เลยมีของสะสมจากการท่องเที่ยวของเขาจากหลายประเทศ ในปี 1988 เมื่อเขาเสียชีวิต เขาได้มอบวิลล่าหลังนี้ให้กับทรัสต์แห่งชาติอิตาลี่  ( FAI : Fondo per I'Ambiente Italiano ) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์มรดกทางกายภาพของอิตาลี่ เคยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง ที่ดังๆก็คือ สตาร์วอร์ และ คาสิโนรอแยล
 
มีคู่บ่าวสาวมาใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานหลายคู่มากค่ะ งานนี้คงรู้ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากไหน
(ภาพจาก www.italianlakeswedding.com )
 
 
 
 
 
เดินเข้าไปดูสวนสวยๆ ด้านในกันค่ะ ทางเดินจะเป็นทางลาดโรยหินเม็ดเล็กๆ เดินได้ยินเสียงกร่อกแกร่กๆไปตลอดทาง บรรยากาศภายในต้องบอกว่า หันไปมุมไหนก็ชอบใจไปซะหมดเลยค่ะ นักท่องเที่ยวคนอื่นก็ไม่มีแล้ว พวกเราชุดสุดท้ายเลย อย่างกับสวนส่วนตัวแน่ะ
 
 
ระเบียงสวนที่เป็นไฮไลท์ที่เป็นฉากในภาพยนต์ของที่นี่ค่ะ ต้นไม้ที่ทรงพุ่มเป็นร่มนี้มีการตัดแต่งทรงพุ่มให้เป็นแบบนี้ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของวิลล่านะคะ ใช้คนงานปีนขึ้นไปตัดกันเลย  เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ครู่ใหญ่ๆ
 
 
 
 
ใกล้จะได้เวลากลับแล้ว เจ้าหน้าที่ที่นี่ก็เตรียมกลับบ้านเหมือนกันค่ะ ยังไม่อยากกลับเลย ดูวิวฝั่งตรงข้ามสิคะสวยมากๆ
 
 
 
บ๊าย บาย วิลล่าแสนสวย   เอนทรี่นี้ลากันไปด้วยภาพนี้นะคะ  ต่อไปเราจะเดินชมเมืองเลนโนกัน ภาพเยอะพอสมควร ขอยกไปต่อตอนหน้าค่ะ

ปล.ที่เลคโคโมมีวิลล่าเยอะมากนะคะ หลายที่ก็เปิดให้เข้าชมแบบนี้ เพราะฉะนั้นอยากไปวิลล่าไหน จำชื่อให้แม่น จะได้ถามทางถูกค่ะ
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สุดๆแร้ว

#4 By สวย (113.53.211.171|113.53.211.171) on 2014-04-17 18:02

เนาะ ... ตอนแรกไม่มีใครเอะใจกันเลยเรื่องนาฬิกา มันฮาตรงย้อนไปดูเนี่ยconfused smile

#2 By คุณบิ๋ม on 2014-01-09 11:04

เรื่องถามเวลาตรงท่าเรือนี่ฮามากอ่ะ  นึกถึงกี่ทีก็ขำ

#1 By iamchula (223.206.250.254|223.206.250.254) on 2014-01-08 21:02