28 ต.ค..56
 
 
 
Good Morning! อ๊ะ  ฺ Buongiorno!  สวัสดียามเช้าจากเวนิสค่า วันที่ 8 ในอิตาลี่
วันนี้เรามีโปรแกรมเที่ยวสบายๆ อยากไปไหนก็ไปในเมืองกลางน้ำอันสวยงามแห่งนี้
 
 
และภารกิจแรกที่ต้องทำคือ จัดการตากเสื้อผ้าที่ซักไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ที่อพาร์ทเมนต์นี่มีเครื่องซักผ้าพอดี แต่โปรแกรมทั้งหมดเป็นภาษาอิตาเลี่ยโน่ รูปแบบเครื่องไม่คุ้นเคย ต้องงมเปิดแปลภาษากันยกใหญ่ ฮ่าๆ
พอซักเสร็จ ล้างไม่ค่อยสะอาด ปั่นไม่ค่อยหมาดซะงั้น น้ำหยดติ๋งๆ ต้องเอาไปตากในห้องน้ำบ้าง ผึ่งหน้าฮีตเตอร์บ้าง แล้วคือพากันซักซะเยอะเลย วุ่นวายจริงๆค่าคุณผู้ชม
 
อาหารเช้าวันนี้ต้องขอบคุณเพื่อนสาวของอิชั้น คุณส้มทำพาสต้าไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ตอนเช้าเอามาอุ่นก็กินได้เลย อร่อยมากๆ  และหลังจัดการภารกิจส่วนตัวเสร็จ เราต้องพากันไปคืนรถ(ที่เอาไปจอดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน) ที่ Piazzale Roma นัดเค้าไว้ 9.00 น.ค่ะ   และเราจะเดินไป เพื่อดูเส้นทางที่เราจะต้องลากกระเป๋าแบกของเดินไปขึ้นรถพรุ่งนี้ (เพราะซื้อตั๋วเรือคำนวณเวลาใช้งานผิดไงคะ)  

ป่ะ ไปกันเลย



เดินออกจากห้องมาก็เจอตลาด ขายของสด ผักผลไม้ น่ากินมาก ยิ่งเดินไปใกล้สถานีรถไฟ คนยิ่งคึกคักค่ะ
 
พอถึงที่หมาย(ก็ไม่ไกลเท่าไหร่นะคะ)  คืนกุญแจเสร็จ จริงๆเหมือนยังไม่เสร็จ เพราะเค้ายังไม่ไปดูรถเลย เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าเค้าต้องรีบไปทำธุระที่อื่น ถ้ามีรายการที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเค้าจะแจ้ง และตัดเงินในบัตรเครดิตที่เราแจ้งเค้าไว้ก่อนหน้าแล้วค่ะ ... เอาเป็นว่าคืนรถเสร็จ ส่วนมีค่าอื่นๆชาร์จเพิ่มเท่าไหร่คอยลุ้นเอา

โปรแกรมวันนี้เขียนไว้เยอะมาก ที่แรกที่จะไปคือ เกาะบูราโน่ ซึ่งอยู่ไกลที่สุดค่ะ บูราโน่มีชื่อเสียงเรื่องการทำผ้าลูกไม้ แล้วก็มีอาคารทีี่ทาสีสดใส ที่เห็นเวลาเค้าเปิดในร้านขายทีวีอะค่ะ   (อีกเกาะคือมูราโน่ที่เป่าแก้ว แต่เราตัดมูราโน่ออก เพราะกลัวไม่ทัน เวลาน้อย ใช้สอยประหยัด)    

วิธีไปเกาะบูราโน่ สามารถลงเรือได้ 2 ท่า คือ ที่ San Marco และ Fondamente Nove แต่ F.te Nove ใกล้กว่า ไม่ต้องนั่งเรืออ้อมไกล  

ทีนี้ท่าเรือจากจุดที่เราคืนรถ  Piazzale Roma ท่าเรือใหญ่มีหลายโป๊ะมากกกกกก  เราก็เดินหากันสิคะคุณ ว่าโป๊ะไหนสายที่เราจะไปท่าเรือ F.te Nove  ไล่ไปตั้งแต่ A B C กว่าจะเจอ อยู่สุดท้าย G จ้า ดูเส้นทางการเดินของเราจากแผนที่ด้านล่างสิคะ  ตำแหน่งดาวคือจุดสตาร์ท  ทางที่เดินคือเส้นประสีแดง ทางที่ใกล้ที่สุดคือเส้นเขียว.... เหนื่อยคั้งแต่หัววันเลยค่ะคุ้ณ ปล.คือเส้นเขียวนี่เพิ่งค้นพบตอนมาเช็คกูเกิ้ลแมปตอนเขียนนี่แหละค่ะ ฮ่าๆๆๆ

 
 


นั่งเรือสายไหนมาจำบ่ได้แล้วจ้า   พอมาถึง F.te Nove มีเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าเรือสาย 12 จะเข้า ที่โป๊ะจะมีเวลาบอกเลยค่ะ สะดวกมาก เลยเดินสำรวจแถวๆท่าเรือ  แต่จะลงรูปตอนเดินเที่ยวทีหลังนะคะ 





เกาะข้างหน้านั่นถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นสุสาน   ตรงนี้เรือขวักไขว่น่าดูค่ะ  .... เห็นเรือพยาบาลกันไหมคะ



พอเรือโดยสารมาถึง บอกได้เลยว่าผู้คนล้นหลามค่ะ เพราะเรือลำนี้ไปทั้งมูราโน่ และบูราโน่  เส้นทางตามแผนที่ข้างล่างค่ะ
 



ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก็ถึงบูราโน่ เพลียร่างมาก อยากจะหลับก็หลับไม่ได้ เพราะยืนตลอดทางเลยค่ะ
ที่ท่าเรือ เราดูเวลาเรือขากลับไว้ด้วย จะได้กะเวลาถูกค่ะ

Burano

บูราโน่เป็นเกาะเล็กๆ ที่บ้านเรือนทาสีสันสดใส แต่ไม่ใช่ว่าใครจะทาสีอะไรก็ได้นะคะ ที่อิตาลี่ รัฐบาลจะควบคุมสีสันของบ้านเรือน ใครจะทาสีอะไรต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลก่อน อิชั้นอยากให้มีกฎหมายนี้ที่ประเทศเราซะเหลือเกินค่ะ
ประวัติของเกาะบูราโน่ได้รับการบันทึกไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ว่าปกครองโดยโรมัน เกาะนี้ถูกค้นพบโดยครอบครัวบูเรีียน่า (Buriana) และผู้คนที่มาตั้งถิ่นฐานยุคแรกๆอพยพมาจากเกาะ Buranello ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 8 กม. 
 
เกาะบูราโน่เริ่มมีความสำคัญตอนศตวรรษที่ 16 เมื่อผู้หญิงบนเกาะเริ่มมีการทำผ้าลูกไม้  ซึ่งชาวเวเนเชี่ยนรู้จักวิธีการทำมาจากหมู่บ้าน Lefkara ไซปรัส    และได้ส่งออกไปขายทั่วยุโรป
(ผ้าลูกไม้ได้รับความนิยมในยุโรป เนื่องจาก ตอนปี 1481 ลีโอนาโด ดาวินซี่ ซื้อผ้าลูกไม้จากหมู่บ้าน Lefkara ไปใช้ที่แทนบูชาของวิหารในมิลาน)
 
มีเรื่องราวโรแมนติคกล่าวว่า ในอดีตชาวบูราโน่ จะให้เจ้าสาวใส่มงกุฏที่ทำจากลูกไม้ มาจากบทเพลงที่กล่าวถึงผู้หญิงที่บูราโน่  เธอเฝ้าคิดถึงคนรักเวลาที่เขาออกทะเลไปหาปลา ราชินีคลื่นเลยมอบมงกุฎฟองคลื่นให้ชาวประมง เพื่อนำมาเขาสวมให้กับผู้หญิงที่เขารัก  .... แหม หวานซ้า
 
ปัจจุบัน มีการทำผ้าลูกไม้ด้วยกรรมวิธีแบบโบราณอยู่ แต่คนทำน้อยมาก ทำให้ผ้าลูกไม้ที่บูราโน่มีราคาค่อนข้างแพงค่ะ
 
 
เจออาคารหลังแรก สีจี๊ดที่สุดเท่าที่เจอมาในอิตาลี่  แต่ข้างในมีอีกเพียบเลยล่ะค่ะ มาดูกัน



 
เป็นไงคะ สวยงามละลานตาไปซะหมด  อันที่เก่าก็คลาสิคซะเหลือเกิน ประเทศนี้เค้ามีกระถางดอกไม้เล็กๆวางประดับตรงหน้าต่างเกือบทุกบ้านเลย น่ารักอ้ะ


เดินจนใกล้เวลาเรือออก (น่าจะประมาณ 40-50 นาทีมั้งคะ) ก็ไปรอใกล้ๆท่าเรือเพราะไม่อยากรีบเกินไป ดูของข้างทาง ดูตึกเพลินๆค่ะ
 
ของที่ระลึกจากบูราโน่ก็จะเป็นพวกผ้าลูกไม้ งานฝีมือ มีเครื่องแก้วจากมูราโน่นิดหน่อย  แล้วก็เป็นพวกภาพถ่าย ภาพวาดค่ะ  ส่วนราคา ร่มเล็กๆนั่น 6 ยูโร ผ้าเช็ดหน้า 5 ยูโร  ภาพวาดเล็กๆในกรอบ 10 ยูโร (คูณด้วย 45 เป็นบาทนะคะ)

ถามว่าเกาะนี้มีอะไรอลังการรึเปล่า ตอบว่าไม่มีค่ะ แต่มีจุดดึงดูดคือสีสันของบ้านเรือนนี่แหละ ถ่ายรูปสวยงามจริงๆนะเออ

บ่ายโมงกว่าแล้วยังไม่ได้ทานอาหารเที่ยงเลย แต่ยังไม่ค่อยหิว สงสัยอัดข้าวตอนเช้ามาเยอะ ฮ่าๆ ไปหากินที่เวนิสกันดีกว่า  

ว่าแล้วก็ขออนุญาตยกเดินเล่นในเวนิสบ่ายยันค่ำไปต่อตอนหน้านะคะ 
เกรงว่าจะยาวเกิน

โปรดติดตามตอนต่อไป  Coming soon ค่ะ  ...... จุ๊บๆ